Home / สาระเป็นความรู้ / กรมวิชาการเกษตร ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสกัด

กรมวิชาการเกษตร ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสกัด

“มอด” ศัตรูพืชที่กำลังระบาดในไร่กาแฟ อะราบิกา
ศัตรูพืชระบาดหนักไม่เว้น ไร่กาแฟอะราบิก า ชาวไทยภูเขา กรมวิชาการเกษตร ระดมเจ้าหน้าที่รุกสกัดกำจัด “ มอด ” เจาะผลในพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ หวังปกป้องอุตสาหกรรมกาแฟไทยมูลค่าปีละ 3 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้ายกระดับคุณภาพการผลิต กาแฟอาราบิก้า สู่ระดับสู่สากล รองรับการก้าวสู่ศูนย์กลางการค้ากาแฟคุณภาพในอาเซียน

นายจำรอง ดาวเรือง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกกาแฟกาแฟอะราบิกาในจังหวัดเชียงรายซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศ โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 37,000 กว่าไร่และกำลังประสบปัญหาการระบาดของมอด เข้าเจาะทำลายเมล็ดกาแฟอย่างหนักครอบคลุมในหลายพื้นที่ ซึ่งมอดเจาะผลกาแฟเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็กที่มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว โดย 1 ปี ขยายพันธุ์ได้ 8-9 รุ่น เพศเมียวางไข่ได้ครั้งละ 20-80 ฟอง สามารถเข้าทำลายเมล็ดกาแฟได้ตั้งแต่ในระยะผลอ่อน ความเสียหายรุนแรงจะเกิดกับเนื้อเยื่อภายในผลในระยะผลกำลังสุก ทำให้เมล็ดเป็นรูพรุน โรคพืชต่างๆ เข้าทำลายซ้ำ เมล็ดเสียคุณภาพ และทำให้ผลร่วงหล่นก่อนกำหนด ส่งผลให้ผลผลิตและคุณภาพของกาแฟลดลงอย่างมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรอย่างมาก

ดั้งนั้น เพื่อเร่งแก้ปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกร กรมวิชาการเกษตรได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาการป้องกันและกำจัดมอดเจาะผลกาแฟ และการพัฒนาศักยภาพในการผลิตกาแฟอะราบิกาในจังหวัดเชียงราย แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญ อาทิ เกษตรกรบ้านดอยช้าง บ้านปางขอน บ้านห้วยหมาก บ้านห้วยหยวกป่าโซ วิสาหกิจชุมชนกาแฟรักษาป่า เป็นต้น

โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การแนะนำให้เกษตรกรใช้กับดักฮอร์โมน ร่วมกับการพ่นสารชีวภัณฑ์ที่มีความจำเพาะเจาะจงคือ เชื้อราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiana) สายพันธุ์ดีโอเอ 4 (DOA4) ตลอดจนเร่งถ่ายทอดสู่เกษตรกร ควบคู่กับการตัดแต่งกิ่งกาแฟและเก็บผลผลิตกาแฟที่ร่วงหล่นตามพื้น ออกไปทำลายนอกแปลง ซึ่งได้ทดสอบแล้วว่าสามารถควบคุมการเข้าทำลายของมอดเจาะผลกาแฟอะราบิกาได้ดีที่สุด รวมทั้งเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตกาแฟอะราบิกาให้เป็นไปตามมาตรฐาน GAP เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่มาตรฐานอินทรีย์ เพื่อให้กาแฟอะราบิกาของไทยเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ปีนี้จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอะราบิกาประมาณ 37,700 ไร่ ให้ผลผลิต 3,619 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 96 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเกษตรกรรวมตัวกันปลูกในรูปแบบกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์และกลุ่มอิสระและถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพที่มีชื่อเสีย

นายจำรอง กล่าวด้วยว่า กาแฟนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทยที่ทำรายได้ให้เกษตรกรปีละประมาณ 5,500 ล้านบาท โดยในช่วง 5

Facebook Comments

Check Also

เทคนิคการปลูก และดูแล ดอกสลิด (ขจร) เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

จากการลงพื้นที่ …