Home / ท่องเที่ยวทั่วโลก / 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ตามรอยอารยธรรมดั้งเดิม

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ตามรอยอารยธรรมดั้งเดิม

Hello วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปตะลึง ตื่นตา ตื่นใจกับสิ่งก่อสร้างที่มีความยิ่งใหญ่ และโดดเด่นที่สุดในโลก “7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ตามรอยอารยธรรมดั้งเดิม” ซึ่งในแต่ละสถานที่นั้น มีเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของโลกด้วย รับประกันความสวยงามเกิน100% คะ

องค์กรของสวิตซ์ TheNew OpenWorldCorporation(NOWC) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 7กรกฎาคมพ.ศ.2550ที่กรุงลิสบอนประเทศโปรตุเกส

1.เปตราประเทศจอร์แดน
สร้างจากการแกะสลักหินผาจนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงามซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีและอ่าวอัคบาในเมืองมาอัยของประเทศจอร์แดน สันนิษฐานว่าสร้างโดยชาวนาบาเทียนในช่วงก่อนคริสตกาลเมืองถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานจนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งโดยนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ.1812 รับรองว่าคุณจะต้องตกตะลึงในความความสามารถของมนุษย์ยุคก่อนที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ออกมาได้อย่างงดงาม

2.พีระมิดชีเชนอิตซาประเทศเม็กซิโก
ตั้งอยู่ภายในเมืองโบราณเขตเมืองทินัมของประเทศเม็กซิโกจุดโดดเด่นของเมืองแห่งนี้คือมีวิหารโบราณที่มีลักษณะเป็นรูปพีระมิดขั้นบันได มีทางขึ้นเพื่อเชื่อมไปถึงจุดกึ่งกลางบนยอดพีระมิด ซึ่งมีแท่นบูชายัญสำหรับทำพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าคาดว่าสร้างราว 600ปีก่อนคริสตกาลนับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่นักประวัติศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาประวัติความเป็นมาทั้งนี้เชื่อว่าชาวเผ่ามายาโบราณใช้พีระมิดแห่งนี้เชื่อมโยงกับหลักความรู้ด้านดาราศาสตร์อีกด้วย

3.กำแพงเมืองจีนประเทศจีน
มีความยาวที่สุดในโลกมีความยาวประมาณ6,700กิโลเมตรทอดตัวไปในทะเลทรายและเนินเขาสูงชันผ่านหลายมณฑลแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินมังกรในอดีตลองคิดดูสิการที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ต้องมีอิทธิพลขนาดไหน?แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าเบื้องหลังความอลังการนี้ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนมากมายว่ากันว่าทุกๆ หนึ่งเมตรของกำแพงเมืองจีน คือหนึ่งชีวิตแรงงานที่ต้องสูญเสียอย่างไรก็ตามปัจจุบันกำแพงเมืองจีนได้รับยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

4.โคลอสเซียมประเทศอิตาลี
เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียงของกรุงโรมประเทศอิตาลีรู้จักกันในชื่อ‘โคลอสเซียม’ในอดีตเคยถูกใช้เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมสร้างด้วยอิฐและหินทรายใช้เวลาสร้างประมาณ10ปีมีความสูง57เมตร
สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า50,000คนนอกจากนี้ยังมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังขณะเกิดฝนตกอีกด้วย

5.มาชูปิกชูประเทศเปรู
ถูกขนามนามว่าเป็น‘เมืองโบราณที่หายสาบสูญของอาณาจักรอินคา’ตั้งอยู่ในเขตคุสโคบนยอดเขาสูงกว่า2,430เมตรได้รับยกย่องให้เป็น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่คาดว่าสร้างเมื่อราวศตวรรษที่14 แต่หลังอารยธรรมของจักรวรรดิอินคาล่มสลายเมืองโบราณบนยอดเมฆแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลาหลายร้อยปีจนกระทั่งศาสตราจารย์ไฮแรมบิงแฮมนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันค้นพบในปีค.ศ.1911

6.กริชตูเรเดงโตร์ประเทศบราซิล
หากพูดถึง‘กริชตูเรเดงโตร์’หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อเท่าที่ควร แต่หากบอกว่า ‘รูปปั้นพระเยซูคริสต์ขนาดยักษ์’ก็คงร้องอ๋อกันบ้างแหละเนอะรูปปั้นพระเยซูมีความสูงกว่า38เมตรตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดูนครรีโอเดจาเนโรประเทศบราซิลเปิดอย่างเป็นทางการในปีค.ศ.1931ใช้เวลาในการสร้างนานถึง5ปีนอกจากกริชตูเรเดงโตร์จะกลายเป็นสัญลักษณ์และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวเมืองแล้วยังได้รับยกย่องให้เป็น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเกือบ2ล้านคนเลยทีเดียว

7.ทัชมาฮัลประเทศอินเดีย
‘อนุสรณ์สถานแห่งความรัก’ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนาในเมืองอาคราได้รับยกย่องให้เป็นสุสานหินอ่อนที่มีสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้ต้องการสร้างอนุสรณ์ให้แก่พระมเหสีผู้เป็นที่รักตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนและศิลาแลงมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงามประดับลวดลายด้วยเครื่องเพชรพลอย หิน มีความวิจิตรงดงามมากส่วนผู้ออกแบบทัชมาฮาลคือ‘อุสตาดไอซา’เขาถูกประหารชีวิตในเวลาต่อมาเพื่อไม่ให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมอื่นที่สวยงามกว่าทัชมาฮาลได้อีก

โอโห้….สวยงาม ขนาดนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว เก็บกระเป๋า จองตั๋วไปเที่ยวกันเลยคะ

Facebook Comments

Check Also

เที่ยวสกลนครหน้าฝน สนุก ไม่ผิดหวังแน่นอน

ยินดีต้อนรับ สา …