Home / สาระเป็นความรู้ / เทคนิคการทดสอบดินเปรี้ยว-ดินเค็ม ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

เทคนิคการทดสอบดินเปรี้ยว-ดินเค็ม ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

การจะปลูกพืชใดๆ ให้ได้ผลดีนั้น ดินที่เหมาะสมกับพืชเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการตัดสินว่า พืชจะเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ หลักการของการทำเกษตรแบบปลอดสารเคมีนั้น อยู่ที่การทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดเพื่อที่พืชจะได้รับสารอาหารจากดินอย่างเต็มที่

มีข้อสังเกตหลายประการที่เราอาจจะไม่ทราบถึงเหตุผลที่ดินของเรานั้นขาดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชอยู่เช่น
หน้าดินถูกรบกวนอาจเกิดจากการถูกขุดไปทำการก่อสร้างเคลื่อนย้ายไปถมที่,การเหยียบย่ำที่ทำให้หน้าดินแข็ง,การปลูกพืชชนิดเดิมๆเป็นเวลาติดต่อกันหลายปีโดยไม่มีการเติมอินทรียวัตถุให้กับดิน,เชื้อราและแบคทีเรีย ในดินตายลงเนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมี,ลักษณะทางกายภาพ : ไม่เหมาะสม เช่น ดินไม่อุ้มน้ำ หรือมีค่า pH ไม่เหมาะสม
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับดินที่หลายๆท่านทราบจากชั้นเรียนวิชาเกษตรตอนเป็นเด็กก็คือ ดินแบ่งชนิดออกเป็น ดินเหนียวดินร่วนและดินทราย ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำต่างกัน พืชจะชอบลักษณะใด อยู่ที่ความชอบน้ำของพืชแต่ละชนิด แต่วันนี้ เราจะมาดูคำจำกัดความของดินอุดมสมบูรณ์กันเพราะไม่ว่าดินชนิดไหนก็อุดมสมบูรณ์ได้ไม่แพ้กันเมื่อประกอบไปด้วยเงื่อนไขต่างๆ ดังต่อไปนี้
ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง(pH) ที่เหมาะสม,ความชื้นที่เหมาะสม,แบคทีเรีย และเชื้อรา ชั้นดีเป็นจำนวนมาก,การระบายอากาศที่ดี,ความร่วนซุย

เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างครบสมบูรณ์ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินให้พืชนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดินที่มีค่าpHที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะเอื้อให้เกิดสภาพที่เหมาะสมในการปลูกพืชที่สุด

แล้วเราจะเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินด้วยการปรับปรุงค่าpHได้อย่างไร? เริ่มแรกเราต้องทราบค่าpHของดินในพื้นที่เราก่อน
เพื่อทำการปรับปรุงให้เหมาะสมแก่การปลูกพืชค่าpHนั้นเป็นค่าที่วัดระดับความเปรี้ยวหรือเค็มของดินโดยแบ่งออกเป็นช่วงตั้งแต่1-14เมื่อดินอยู่ระดับที่มีค่าpHที่เหมาะสมประมาณ6.0-7.5ที่ระดับpHนี้แร่ธาตุอาหารส่วนใหญ่จะสามารถละลายได้เต็มที่และรากของพืชจะสามารถดูดซึมแร่ธาตุได้ก็ต่อเมื่อมันละลายแล้วเท่านั้นแต่เมื่อค่าpHนั้นลดต่ำกว่า6หมายถึงความเป็นกรดสูงการละลายของไนโตรเจนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมจะไม่ค่อยดีซึ่งทำให้มีธาตุอาหารเหล่านี้ในดินน้อยลงเช่นเดียวกันกับเมื่อค่าpHเพิ่มขึ้นเกิน7.5ธาตุเหล็กแมงกานีสและฟอสฟอรัสก็จะมีปริมาณน้อยลงเนื่องจากไม่สามารถละลายสู่ดินที่เค็มเกินไปได้

วิธีง่ายๆ ในการทดสอบดินเปรี้ยวหรือดินเค็ม ก็คือ ลองตักดินหนึ่งช้อนโต๊ะใส่ในน้ำฝน 1 แก้ว และเติมแอมโมเนียลงในแก้วประมาณ เศษ 2/3 ของแก้ว คนให้เข้ากันและทิ้งไว้สองชั่วโมงผลที่ได้ถ้าหากน้ำใสคือดินมีความเค็ม หากน้ำยังขุ่นอยู่หมายถึงดินเปรี้ยวและเป็นกรด

หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับค่า pH อย่างละเอียดมากขึ้นท่านสามารถส่งตัวอย่างดินของท่านตรวจสอบที่ห้องแลปของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้โดยท่านอาจจะซื้อเครื่องมือตรวจสอบ pH ของดินมาตรวจเองก็ได้

การปรับปรุงดินให้ดีขึ้นนั้นสามารถทำได้หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ไม่ยุ่งยากนั้นก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน อย่างเช่น การใส่วัสดุธรรมชาติ แร่ธาตุมูลสัตว์ หรือปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมักจะช่วยให้ดินที่เค็มหรือเปรี้ยวส่วนใหญ่ มีสภาพที่เป็นกลางมากขึ้นสำหรับดินที่มีสภาพเป็นกรดมากการแก้ไขอาจจะต้องมีการเติมปูนขาวลงในดินก่อนฤดูการเพาะปลูก ซึ่งปูนขาวนั้นจะย่อยสลายอย่างช้าๆในดินโดยปริมาณการใส่นั้นอาจจะใส่ในปริมาณ 50-100 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ เพื่อเพิ่มค่า pH ให้สูงขึ้น 1 ขั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเติมปูนขาวลงในดินเหนียวมากกว่าดินทรายดังนั้นเราจำเป็นต้องรู้ค่า pH ตั้งต้นของดินก่อนที่จะทำการปรับปรุง ในบางกรณีเราอาจจะใส่ขี้เถ้าทุกๆสองสามปีเพื่อผลที่รวดเร็วขึ้น แต่ควรระวังว่าอย่าใส่มากเกิน 1 ตันต่อไร่

ในพื้นที่มีดินเค็มนั้นการปรับปรุงสามารถทำได้โดยเติมกำมะถัน แต่ปริมาณการเติมนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับค่า pH เริ่มต้นของดินเช่นกัน เพื่อความมั่นใจเราอาจจะต้องทำการส่งดินตรวจสอบและอ้างอิงคำแนะนำจากผลการตรวจดินในการแก้ไขเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

Facebook Comments

Check Also

เทคนิคการปลูก และดูแล ดอกสลิด (ขจร) เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

จากการลงพื้นที่ …