Home / สาระเป็นความรู้ / วิธีการปลูกและดูแลว่านหางจระเข้

วิธีการปลูกและดูแลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ (aloevera) เป็นพืชที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากชนิดหนึ่ง ทั้งในด้านการรักษาโรค ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงเครื่องสำอาง ที่จำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ

ในประเทศไทยพบมีการปลูกมากในจังหวัดปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี เนื่องจากมีการตั้งโรงงานแปรรูป และรับซื้อเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ และเพื่อส่งออกในรูปของใบสดที่ส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การปลูกว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในร่วนซุย ทั้งดินร่วนดินร่วนปนทรายที่มีหน้าดินลึก และระบายน้ำได้ดีไม่ชอบน้ำท่วมขัง และชอบพื้นที่ที่แสงส่องทั่วถึง

การขยายพันธุ์
1.การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีที่นิยมประเภทหนึ่งสำหรับการปลูกในแปลงขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ที่ต้องใช้ต้นกล้าจำนวนมาก ซึ่งวิธีนี้จะมีในบางเฉพาะพื้นที่ และต้องรู้จักหน่วยงานที่มีการเพาะเนื้อเยื่อจำหน่าย
2.การแยกหน่อ ถือเป็นวิธีที่นิยมวิธีหนึ่งสำหรับการปลูกว่านหางจระเข้ทั้งการปลูกในแปลงขนาดใหญ่และการปลูกในครัวเรือนด้วยการขุดหน่อที่แตกออกจากต้นแม่มาปลูกเพื่อให้เป็นต้นใหม่
3.การปักชำ เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม ใช้สำหรับการปลูกแบบทั่วไปที่มีการตัดยอดหรือต้นออก ซึ่งส่วนยอดหรือต้นนั้นสามารถนำมาปักชำหรือปลูกลงแปลงหรือในพื้นที่ได้เลย วิธีนี้จะได้ต้นเดิมที่มีการแตกยอดใหม่เท่านั้นทำให้ได้ใบว่านหางที่ใหญ่งามเหมือนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือการแยกหน่อ

การเตรียมดิน
ด้วยการไถพรวนดินทิ้งไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์พร้อมกำจัดวัชพืชหลังจากนั้นหว่านปุ๋ยคอกหรือใส่วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อัตรา 1-3 ตัน/ไร่ พร้อมไถยกร่องแปลงสูง 20-30 ซม. แปลงกว้าง100-120 ซม. สำหรับการปลูกสองแถวแปลงกว้าง 40-60 ซม. สำหรับการปลูกแถวเดียว ความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ส่วนร่องแปลงให้ไถกว้างพอสำหรับทางเดินระหว่างแปลง

วิธีการปลูก
ทำการขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 20 ซม. ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว สำหรับแถวคู่ 60×60 ซม. เว้นขอบแปลง 20-30 ซม. ก่อนนำต้นกล้าลงหลุมอาจใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1-2 กำมือ หากไม่ต้องการใส่ในช่วงการเตรียมแปลง ซึ่งจะทำให้ประหยัดปุ๋ยได้ หลังจากนั้นนำต้นกล้าลงหลุมปลูก กลบดินให้แน่นพอประมาณพร้อมรดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา
โรคที่เกี่ยวกับว่านหางจระเข้ไม่มีมากนัก ส่วนมากที่มีผลต่อการเจริญเติบโตมากมักจะเป็นในเรื่องของลักษณะดินการให้น้ำ และการกำจัดวัชพืชเป็นสำคัญ
–การให้น้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากว่านหางเป็นพืชที่ต้องการน้ำหรือความชื้นตลอดในช่วงการเติบโต ซึ่งต้องให้น้ำอย่างพอเพียงจึงจะทำให้ใบอวบใหญ่ การให้น้ำอาจให้ด้วยระบบน้ำหยดหรือระบบสปริงเกอร์วันละ 1-2 ครั้ง ในปริมาณที่หน้าดินชุ่ม
–การใส่ปุ๋ยอาจเริ่มใส่ตั้งแต่ในระยะเริ่มปลูกสำหรับปุ๋ยรองพื้นหรือเริ่มให้หลังจากการปลูก1-2สัปดาห์ด้วยปุ๋ยสูตร16-8-8ในอัตรา20กก./ไร่ในทุกๆ2-3เดือน
–การกำจัดวัชพืช และพรวนดิน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมั่นเอาใจใส่ เพราะเกษตรกรบางรายที่ขาดการกำจัดวัชพืชและพรวนดิน จะพบวัชพืชขึ้นสูง หน้าดินแน่น ทำให้ว่านหางจระเข้เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งอย่างน้อยควรกำจัดวัชพืชทุกๆ 1-2 เดือน พรวนดินทุกๆ 2-3 เดือน

การเก็บผลผลิต
ว่านหางจระเข้สามารถเก็บใบได้เมื่อปลูกในช่วง 8-12 เดือน ซึ่งหากมีการดูแลที่ดีจะสามารถเก็บใบที่มีน้ำหนักมากกว่า 0.8 กิโลกรัมได้โดยหนึ่งต้นจะมีใบประมาณ 15-20 ใบ หรือมากกว่าหากได้รับน้ำเพียงพอ สำหรับการเก็บจะใช้มีดที่คมกรีดตัดใบบริเวณชิดโคนต้น และตัดจากใบด้านล่างจนถึงใบด้านบนโดยให้มีใบเหลือประมาณ 5-7 ใบ

Facebook Comments

Check Also

เทคนิคการปลูก และดูแล ดอกสลิด (ขจร) เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

จากการลงพื้นที่ …