Home / สาระเป็นความรู้ / เทคนิคการปลูกสตรอเบอรี่ เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต

เทคนิคการปลูกสตรอเบอรี่ เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่วงวเลาที่เหมาะสมแก่การปลูก ควรปลูกในเดือนกันยายน – กลางเดือนตุลาคม โดยใช้ส่วนที่เรียกว่า ต้นไหลมาปลูก
การเตรียมแปลงปลูก,ในการเตรียมดิน ควรใส่ปูนขาวในอัตรา 60-80 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อปรับสภาพดินพร้อมการไถดะ ไถแปร และผึ่งดินไว้ประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช หลังจากนั้นหว่านปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกให้ทั่วแปลงในอัตรา 2-2.5 ตัน/ไร่ พร้อมการไถพรวนเตรียมแปลงปลูกแบบยกร่องให้ฐานแปลงกว้าง 75 เซนติเมตร สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร และมีสันแปลงเหลือกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร เว้นทางเดินระหว่างแปลงไว้ประมาณ 30 เซนติเมตร

วัสดุคลุมแปลง
เพื่อช่วยรักษาความชื้นของดินในแปลงปลูกและช่วยในการควบคุมวัชพืชบนแปลง รวมทั้งป้องกันไม่ให้ผลสตรอเบอรี่เกิดการเสียหายเนื่องจากสัมผัสกับดิน ให้ใช้วัสดุคลุมแปลงซี่งได้แก่ ฟางข้าว ใบหญ้าคา พลาสติก ใบตองเหียงหรือใบตองตึง คลุมแปลงปลูก ซึ่งวัสดุคลุมแปลงแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เช่น
-ฟางข้าวหาง่ายในท้องถิ่น ราคาถูก แต่มักจะเน่าสลายตัวได้เร็ว ต้องใส่ฟางเพิ่มเติมหลังปลูก และพบบ่อยๆว่าทำให้ผลสตรอเบอรี่เสียหาย เน่าช้ำง่าย เมื่อเศษฟางหลงติดไปกับผลสตรอเบอรี่หลังการเก็บเกี่ยว ทำความสะอาดยาก เป็นปัญหากับผู้ส่งออก
-พลาสติกได้มีการทดลองใช้พลาสติกสีดำเป็นวัสดุคลุมดินปรากฎว่า มีผลเสียแก่การปลูกสตรอเบอรี่หลายประการ เช่น พลาสติกมีราคาแพง ทำให้ต้นทุนสูง ทำให้อุณหภูมิดินใต้พลาสติกสูง เป็นอันตรายต่อระบบราก และผลสตรอเบอรี่ที่แนบติดกับพลาสติกที่ร้อนจัดจะเสียหายเป็นรอยตำหนิ ถ้าหากใช้พลาสติกสีขาวขุ่นปรากฎว่าไม่สามารถลดปัญหาวัชพืชได้ เป็นต้น

**วัสดุคลุมดินโดยทั่วไปนิยมใช้ใบตองตึงหรือใบตองเหียงที่ทำเป็นตับ(ไพ) เช่นเดียวกันกับที่ใช้มุงหลังคา ซึ่งแต่ละตับจะยาวประมาณ 1 เมตร มาคลุมทั้งสองด้าน และด้านบนของแปลงชิดกับต้นที่ปลูกเป็นแถวจะมีที่ว่างระหว่างต้นสำหรับให้น้ำและปุ๋ยได้ แล้วใช้ไม้ไผ่ตอกประกับตามแนวยาวเพื่อยึดใบตองตึงกับพื้นดิน

ระยะปลูก
สำหรับระยะที่ใช้ปลูกจะใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 30-40 เซนติเมตร ระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร ปลูกแบบสลับฟันปลา โดยทั่วไปจะใช้ต้นไหลสำหรับปลูกประมาณ 8,000 ต้น(ในกรณีปลูกในพื้นที่นาที่ยังคงสภาพคันนา) ถึง 10,000 ต้น/พื้นที่ 1 ไร่

วิธีการปลูก
ปลูกโดยขุดหลุมทะลุผ่านวัสดุคลุมดินให้พอดีกับขนาดของต้นไม่ลึกเกินไป แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 30 กรัม/ต้น โดยผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีตอนปลูกใหม่เพราะอาจทำให้ระบบรากเสียหายและต้นตายได้การปลูกต้นไหลนั้นระดับรอยต่อของรากและลำต้นจะต้องพอดีกับระดับของผิวดิน ไม่ปลูกลึกหรือตื้นเกินไป ถ้าปลูกลึก คือ ส่วนลำต้นจมอยู่ต่ำกว่าผิวดิน หากเชื้อโรคเข้าทางยอดของลำต้นจะทำให้ยอดเน่า ต้นเจริญเติบโตช้าและอาจถึงตายได้ ถ้าปลูกตื้น คือ ปลูกต้นไหลแล้วรากลอยขึ้นมาเหนือผิวดิน ทำให้รากถูกอากาศและแห้ง ต้นเจริญเติบโตช้า ไม่สมบูรณ์ และอาจเป็นสาเหตุให้ต้นตายได้เช่นกัน การปลูกควรให้ขั้วไหลด้านที่เจริญมาจากต้นแม่หันเข้ากลางแปลง เพื่อที่จะให้ผลสตรอเบอรี่ที่ผลิตออกมาอยู่ด้านนอกของแปลงได้รับแสงแดดเต็มที่ ทำให้รสชาติดี สะดวกในการเก็บเกี่ยวและลดปัญหาเรื่องโรคของผลได้ ปลูกหลุมละ 1 ต้น

**ต้นไหลที่จะนำมาปลูกควรมีขนาดพอเหมาะ คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นประมาณ 10-13 มิลลิเมตร ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป การใช้ต้นไหลที่ผ่าน การเกิดตาดอกจากพื้นที่สูงจะทำให้ได้ผลผลิตเร็ว และมีช่วงการเก็บเกี่ยวยาวนานขึ้น

เมื่อปลูกต้นไหลแล้ว ระยะตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงประมาณเดือนธันวาคม ต้นไหลบางพันธุ์จะผลิตส่วนไหลออกมาเรื่อยๆ ให้ชาวสวนเด็ดหรือตัดส่วนไหลออกให้หมดทุกต้น ไม่ควรเลี้ยงไหลไว้เพื่อใช้ปลูกต่อไปเพราะจะทำให้ต้นที่ย้ายปลูก(ต้นเดิมที่นำลงมาจากภูเขา) สร้างตาดอกรุ่นต่อมาช้าลง และทำให้ต้นโทรม ขาดความแข็งแรงได้ นอกจากนี้ยังจะกระทบกระเทือนต่อผลผลิตรวมทั้งแปลงอีกด้วย

การให้น้ำ
เนื่องจากสตรอเบอรี่เป็นพืชที่มีระบบรากตื้นอยู่ใกล้ผิวดิน จึงจำเป็นต้องระวังในเรื่องการให้น้ำเป็นพิเศษ ในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังจากย้ายปลูกก่อนต้นตั้งตัว คือ เมื่อปลูกสตรอเบอรี่เสร็จแล้วให้รดน้ำทันทีและเมื่อต้นสตรอเบอรี่โตมีระบบรากแข็งแรง ก็ให้รดน้ำด้วยบัวรดน้ำทุกวันๆละครั้งในกรณีที่ฝนไม่ตก หรือจะให้น้ำโดยการปล่อยน้ำเข้าท่วมทางเดินระหว่างแปลงปลูกจนกระทั่งดินอิ่มตัวก็ได้อย่าปล่อยให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานควรปล่อยน้ำประมาณ 2-3 วัน/ครั้ง แต่วิธีนี้จะทำให้โรคจากแปลงหนึ่งกระจายไปสู่แปลงอื่นได้ การให้น้ำอีกวิธีก็คือ การใช้สปริงเกอร์เป็นวิธีที่พอใช้ได้แต่ต้นทุนสูง

การที่จะทราบว่าควรให้น้ำมากน้อยเพียงใดนั้น ให้ใช้การคาดนะเนดูความชื้นของดินเป็นเกณฑ์ สตรอเบอรี่เป็นพืชที่ต้องการความชื้นในดินอย่างสม่ำเสมอ หากดินมีความชื้นน้อยจนถึงแห้ง ต้นสตรอเบอรี่ก็ลดการเจริญเติบโตจนถึงหยุดเจริญเติบโตเมื่อดินแห้งจัดในทางตรงกันข้ามเมื่อดินมีความชื้นมาก น้ำขัง รากสตรอเบอรี่ก็จะเน่าและตายได้ นอกจากนี้การรดน้ำที่มากเกินไปยังทำให้ลำต้นอวบน้ำ ใบมีขนาดใหญ่ การออกดอกลดลง สีของผลซีด ผลสดนิ่ม อายุผลสั้น มักเกิดการชอกช้ำและเชื้อราเข้าทำลายได้ง่าย ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดฉะนั้นเมื่อผลสุกจึงควรเก็บผลก่อนที่จะให้น้ำ

การให้ปุ๋ย
สตรอเบอรี่มีความต้องการธาตุอาหารทั้งในกลุ่มธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ในกลุ่มธาตุอาหารรอง ได้แก่ แมกนีเซียม แคลเซียม และธาตุอาหารเสริม คือโบรอนเหล็ก และสังกะสี ซี่งโดยปกติทั้งกลุ่มธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม จะมีอยู่ในดินตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่จะมีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ในแต่ละแห่งธาตุอาหารที่มีมากหรือน้อยเกินไปจะส่งผลกระทบถึงปริมาณและคุณภาพผลผลิตของสตรอเบอรี่ฉะนั้นการที่จะทราบว่าจะใส่ปุ๋ยสูตรอะไรอัตราเท่าใดจะต้องเก็บตัวอย่างดินของแปลงที่จะปลูกสตรอเบอรี่มาวิเคราะห์เพี่อตรวจสอบว่าดินนั้นมีปริมาณธาตุอาหารอยู่ในดินปริมาณเท่าใดจะได้ใส่ปุ๋ยเพิ่มเติมในส่วนที่ดินยังขาดอยู่นอกจากนั้นยังทำให้เราทราบสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินเพื่อที่จะได้ปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสมกับพืชสำหรับคำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีกับสตรอเบอรี่โดยทั่วๆไปนั้นให้ปฎิบัติดังนี้คือหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ20วันให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือ 9-24-24 ในอัตรา 5-10 กรัม/ต้น หรือประมาณ 20-25 กิโลกรัม/ไร่ และต่อจากนั้นไปอีก 10 วัน ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือ 12-12-17+2 อย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่ในอัตราส่วน 10 กรัม/ต้น/ครั้ง แบ่งใส่ 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 7-10 วัน โดยวิธีโรยระหว่างแถวแล้วพรวนดินกลบ

การกำจัดวัชพืช
การปล่อยให้มีวัชพืชขึ้นในแปลงสตรอเบอรี่ จะมีผลทำให้ผลผลิตลดลงได้ เนื่องจากวัชพืชเป็นตัวแย่งน้ำแย่งอาหารทั้งยังเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลงที่จะระบาดทำความเสียหายให้แก่สตรอเบอรี่ด้วยเกษตรกรต้องหมั่นกำจัดวัขพืชอย่าสม่ำเสมอ พร้อมทั้วตัดแต่งใบและลำต้นแขนงที่ไม่สมบูรณ์ออกทิ้งซึ่งแต่ละกอควรเก็บหน่อไว้ประมาณ 6-8 หน่อ และอย่าทิ้งเศษพืชไว้ในแปลงปลูกเพราะจะทำให้เป็นที่สะสมโรค ควรเก็บเศษพืชอัดใส่ถุงปุ๋ยให้แน่นผูกปากถุงทิ้งไว้ เมื่อสลายตัวแล้วจะได้นำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อไป

Facebook Comments

Check Also

วิธีตรวจสอบสิทธิ ม.40

จากมาตรการเยียว …